Phatnaree Boonmee
What Remains Unseen
28.02.2026 - 28.03.2026
English
By Phatnaree Boonmee / 2026

ในสังคมปัจจุบัน ค่านิยมและความเชื่อที่ถูกปลูกฝังมาอย่างยาวนานมีบทบาทสำคัญต่อพฤติกรรมของมนุษย์ และส่งผลให้เกิดสภาวะทางสังคมที่ซับซ้อน เช่น ความเหลื่อมล้ำและความขัดแย้ง ค่านิยมที่ให้ความสำคัญกับฐานะ อำนาจ หรือเชื้อชาติ อาจนำไปสู่การกีดกันและการแบ่งแยก ทั้งที่โลกควรเปิดรับความแตกต่าง แต่กลับพบว่าความแตกต่างมักถูกใช้เป็นข้ออ้างในการตัดสิน กดทับ หรือสร้างความเกลียดชังต่อกัน ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงทางจิตใจ ความกดดันทางสังคม และความหวาดระแวงระหว่างบุคคล อีกทั้งค่านิยมที่เน้นการแข่งขันมากกว่าความร่วมมือเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การปะทะทางความคิด สภาวะเหล่านี้สอดคล้องกับแนวคิดของ Pierre Bourdieu (1991) ที่อธิบายว่า “โครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมสามารถผลิตซ้ำความไม่เสมอภาคและการกดทับ” ซึ่งสะท้อนถึงความไม่สมบูรณ์ของสังคมร่วมสมัยอย่างชัดเจน
ต้องการสะท้อน ความกลัวที่แท้จริงของมนุษย์ไม่ใช่ปีศาจหรือสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่อยู่ที่อำนาจที่กดทับจนพวกเขาต้องใช้ชีวิตในความเงียบและการจำนน ผ่านงานจิตรกรรมที่แสดงภาพมนุษย์ในลักษณะคล้ายผี หรือเงา เพื่อสื่อถึงสภาวะไร้ตัวตนและการถูกลดทอนคุณค่า พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงเหยื่อของสังคม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลไกที่ผลิตซ้ำของการกดทับและใช้สภาวะที่คลุมเครือและพร่าเลือน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมเกิดข้อสงสัยและตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขารับรู้ ความโปร่งใส บิดเบี้ยว หรือไร้รูปสัญลักษณ์ที่ชัดเจน สื่อถึง อำนาจที่ควบคุมมนุษย์โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว

Innocent, 2567

สีอะคริลิค และ สีน้ำมัน บนแคนวาส

150 x 170 cm

เริ่มต้นของมนุษย์ มักไม่ได้เกิดจากการเลือกอย่างอิสระ แต่ถูกหล่อหลอมและกำหนดทิศทางผ่านสภาพแวดล้อมทางสังคมที่รายล้อมอยู่รอบตัว ตั้งแต่ครอบครัว ศาสนา ระบบการศึกษา ไปจนถึงบรรทัดฐานทางวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ บ่มเพาะให้มนุษย์เรียนรู้ว่าสิ่งใดคือความดี สิ่งใดคือความถูกต้อง รวมไปถึงการเกิดความศรัทธาและอุดมการณ์ที่ฝังลึกในจิตสำนึก โดยที่หลายครั้งมนุษย์อาจไม่ได้ตั้งคำถามว่าสิ่งที่ตนเชื่อนั้นเกิดจากความศรัทธาอย่างแท้จริง หรือเป็นผลจากการชี้นำของโครงสร้างทางสังคมที่มองไม่เห็น

จากบริบทดังกล่าว แนวคิดของ Pierre Bourdieu ช่วยอธิบายให้เห็นถึงกระบวนการที่อำนาจทางสังคมและความเชื่อถูกส่งต่อและทำให้ดำรงอยู่ผ่านชีวิตประจำวันของมนุษย์ Bourdieu เรียกกระบวนการนี้ว่า Habitus ซึ่งหมายถึงชุดของความคิด ความเคยชิน และทัศนคติที่ถูกปลูกฝังซ้ำ ๆ จนกลายเป็นสิ่งที่มนุษย์รับรู้ว่าเป็นธรรมชาติ หรือความถูกต้องโดยไม่ตั้งคำถาม

ภาพภายในลักษณะเด็กปฐมวัยจึงไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของโครงสร้างอำนาจทางความเชื่อที่ทำหน้าที่ชี้นำและกำหนดกรอบความคิดให้กับผู้อื่น ผู้ถูกปกคลุมด้วยผ้าและยืนอยู่บนผืนผ้า สะท้อนสภาวะของปัจเจกที่ดำรงอยู่ภายใต้อิทธิพลของ Symbolic Power หรืออำนาจเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นอำนาจที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง แต่ทำให้ผู้ถูกครอบงำ ยินยอม และเชื่อฟังโดยสมัครใจ

ความคลุมเครือระหว่างการถูกชี้นำกับการเลือกเชื่อด้วยตนเอง จึงกลายเป็นพื้นที่สีเทาที่แยกไม่ออกระหว่างผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ ผืนผ้าที่ทั้งสองยืนอยู่ เปรียบเสมือนฐานของความเชื่อและอุดมการณ์ที่ดูมั่นคงในสายตาของผู้ศรัทธา แต่ในความเป็นจริงกลับสั่นไหว บิดเบี้ยว และไม่แน่นอน เงาสะท้อนที่ดูชัดเจนในใจจึงทำหน้าที่ตั้งคำถามต่อ “ความจริง” ที่ถูกทำให้เชื่อว่าเป็นหนึ่งเดียว และชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่มนุษย์ยึดถือว่าเป็นความดี ความถูกต้อง หรือศรัทธา อาจเป็นเพียงผลผลิตของโครงสร้างทางสังคมที่ทำงานอย่างเงียบงัน

Invisible Hope, 2568

สีอะคริลิค และ สีน้ำมัน บนแคนวาส

150 x 180 cm

ในสังคมยุคปัจจุบัน ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิด และอัตลักษณ์ดูเหมือนจะได้รับการยอมรับมากขึ้น แต่กลับมีคนบางกลุ่มที่ใช้ความแตกต่างเป็นเครื่องมือสร้างการแบ่งแยก และผลักผู้อื่นออกจากพื้นที่ที่มีสิทธิ์ หนึ่งในปรากฏการณ์ที่สะท้อนปัญหานี้คือ “Cancel Culture” เมื่อใครบางคนแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากกระแสหลัก ก็อาจถูกเพิกเฉย ตัดสัมพันธ์ โดยไม่มีโอกาสอธิบายความซับซ้อนในตัวตน

แม้เราจะพูดถึงเสรีภาพในการแสดงออก แต่ทุกถ้อยคำเสี่ยงต่อการถูกตัดสิน ทำให้ผู้คนค่อย ๆ กล้าลดการเปิดเผยความคิด และเลือกที่จะเงียบ เพราะกลัวจะไม่ถูกยอมรับ กลัวการไม่เป็นที่พึงพอใจของสังคม โดยเฉพาะสังคมโซเชียลมีเดียที่ต้องการหาเพียงคนที่คิดไปในทางเดียวกัน

ต้องการตั้งคำถามผ่านภาพโต๊ะอาหารที่ดูสวยงาม แต่กลับให้ความรู้สึกหวาดระแวงและน่ากลัว บรรยากาศล้อมด้วยผืนผ้าและผ้ากัน เปรียบได้กับสังคมที่เต็มไปด้วยผู้คนที่หลากหลาย ร่างของผู้คนนั่งล้อมรอบอยู่รอบโต๊ะ แต่ใบหน้ากลับพร่าเลือนหรือหายไป สื่อถึงการที่ตัวตนของแต่ละคนถูกลดทอน เพราะความกลัวว่าจะถูกตัดสิน ถูกเข้าใจผิด หากแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา

ดอกไม้เรืองแสงกลางโต๊ะ คือสัญลักษณ์ของมาตรฐานแห่งความดีที่สังคมร่วมกันสร้างขึ้น แม้จะดูงดงาม แต่กลับกลายเป็นบรรทัดฐานที่แข็งกร้าว ในทางกลับกันความหวังยังคงปรากฏในรูปของแสงจากกลางโต๊ะ แต่ความหวังนั้นกลับถูกเพิกเฉย ไม่มีใครกล้ามอง เพราะกลัวว่าแสงนั้นจะขัดแย้งกับความเชื่อหรือค่านิยมที่ตนยึดถือ

ผลงานชิ้นนี้จึงต้องการสะท้อนถึงความเปราะบางของสังคมที่รีบตัดสินผู้อื่นโดยไม่เปิดพื้นที่ให้ความเข้าใจ พร้อมทั้งเสนอให้เห็นถึงการสลายเส้นแบ่งในการสร้างสังคมที่เปิดรับความเห็นอกเห็นใจแทนการตรวจตราทัศนคติอยู่เสมอ

Still Moving, 2568

สีอะคริลิค และ สีน้ำมัน บนแคนวาส

150 x 180 cm

ต้องการสะท้อนสภาวะความคลุมเครือของต้นเหตุแห่งความเจ็บปวด ผ่านมุมมองที่ไม่จำกัดอยู่เพียงเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง แต่ไปยังเบื้องหลังของระบบหรือโครงสร้างที่ซับซ้อน เช่น ความยากจน การกดทับทางวัฒนธรรม และการถูกทำให้ไร้ตัวตนในสังคม ผ่านภาพของบุคคลที่เคลื่อนไหวต่อเนื่องกันในท่วงท่าที่แตกต่าง เหมือนว่ากำลังเดิน แต่กลับติดอยู่ในฉากเดียวกัน สะท้อนถึงความซ้ำซากของชีวิต หรือการวนลูปของแรงกดทับที่ไม่สามารถหลุดพ้นได้ง่าย

ร่างกายที่ค่อย ๆ เลือนหาย หรือไม่สมบูรณ์ สื่อถึงการที่ตัวตนของพวกเขาถูกลดทอน ถูกมองข้าม หรือไม่มีที่ยืนในสายตาสังคม โทนสีที่ใช้เน้นย้ำบรรยากาศอึดอัด วังเวง และไร้ความหวัง เปรียบเสมือนชีวิตที่ดำรงอยู่ในโลกที่ไร้แสงสว่าง ท่ามกลางพื้นที่ที่ถูกกดทับและบีบคั้นจนเปรียบได้กับสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเติบโต

จุดโฟกัสเป็นสัญลักษณ์ของ “อำนาจที่มองไม่เห็น” ที่อาจกำหนดทิศทางการดำเนินชีวิตของผู้คนโดยที่พวกเขาไม่อาจรู้ตัว จุดนี้ไม่ได้ชี้ชัดว่าใครคือผู้ควบคุม แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตั้งคำถามว่า บางสิ่งบางอย่างกำลังควบคุมหรือกดทับชีวิตอยู่เงียบ ๆ หรือไม่

Hope in Cage, 2568

สีอะคริลิค และ สีน้ำมัน บนแคนวาส

150 x 180 cm

ผลงานชิ้นนี้สะท้อนสภาวะของมนุษย์ที่ถูกกดทับและบีบคั้นจนค่อย ๆ จมดิ่งลงภายใต้สภาพแวดล้อมและโครงสร้างทางสังคมที่บิดเบี้ยว อำนาจที่มองไม่เห็นแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวัน ทั้งในรูปของบรรทัดฐาน ความคาดหวัง และกลไกทางสังคมที่ไม่ได้ปรากฏตัวอย่างชัดเจน แต่กลับควบคุมการดำรงอยู่ของมนุษย์อย่างแนบเนียน

บรรยากาศของภาพเปรียบเสมือนกรงที่ไร้รูปทรงตายตัว ไม่ได้สร้างขึ้นจากเหล็กหรือกำแพง แต่ประกอบขึ้นจากความเงียบ ความกลัว และการยอมจำนน ตัวตนของมนุษย์ในภาพค่อย ๆ เลือนราง กลืนไปกับสภาพแวดล้อมรอบข้าง สื่อถึงการสูญเสียอิสรภาพทางความคิด และความหวังในการหลุดพ้น

Silent, 2568

สีอะคริลิค และ สีน้ำมัน บนแคนวาส

140 x 100 cm

งานนี้สะท้อนถึงความกลัวและความกดดันในสังคม ที่ทำให้คนจำนวนมากเลือกที่จะเงียบแทนที่จะแสดงความคิดเห็นของตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อความคิดเห็นนั้นขัดแย้งกับกระแสหลักหรือเสียงส่วนใหญ่ การเงียบนี้ไม่ได้มาจากการไม่มีความคิดเห็น แต่เกิดจากความกลัวการถูกปฏิเสธ โจมตี หรือมองไม่ดีจากสังคม

Escape 1, 2567

สีอะคริลิค และ สีน้ำมัน บนแคนวาส

80 x 100 cm

ต้องการสื่อถึงสภาวะของความกลัวและความหวาดระแวงที่แทรกซึมอยู่ในบรรยากาศ ผ่านองค์ประกอบของโครงสร้างและท่าทางที่แสดงถึงความไม่มั่นคง พื้นผิวและพื้นที่ที่คับแคบสร้างความรู้สึกอึดอัดและกดดัน ราวกับผู้ชมกำลังเผชิญกับพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย ทั้งทางกายภาพและทางจิตใจ

Instrumentalized Morality, 2026

สีอะคลิลิค และ สีนํ้ามัน บนแคนวาส

180 x 150 cm

ความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินอยู่มีรากฐานสำคัญจากผลประโยชน์ของบางกลุ่ม ผู้ที่ได้รับประโยชน์จาก สถานการณ์ดังกล่าวมักใช้แนวคิดเรื่องความรักชาติ ความดี หรือจิตสาธารณะ เป็นเครื่องมือทางการเมืองและทุนทาง อำนาจ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำของตน ขณะเดียวกัน ภาระของความเสียสละกลับถูกผลักไปให้ ประชาชนฝ่ายเดียว แม้ความดีจะเป็นคุณค่าที่สำคัญ แต่ในบริบทที่อำนาจและผลประโยชน์ครอบงำ ความดีจึงไม่ได้ หายไป หากแต่ถูกทำให้กลายเป็นเครื่องมือ มากกว่าจะเป็นคุณค่าที่เกิดจากความสมัครใจอย่างแท้จริง โดยสะท้อน ผ่านนภาพของพื้นที่ธรรมชาติที่ควรเปิดกว้าง แต่กลับให้ความรู้สึกแคบ อึดอัด และกดทับ มีผู้คนบางกลุ่มหยิบยืมชิ้น ส่วนของ “ความเป็นมนุษย์” ออกจากบุคคลที่อยู่กึ่งกลางภาพ ขณะที่แสงสว่างซึ่งเปรียบเสมือนความดี ถูกนำไปใช้ เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง จนไม่อาจแยกได้ว่ามันยังคงเป็นความดี หรือกลายเป็นเครื่องมือของอำนาจไปแล้ว

Beneath the Shadow, 2026

สีอะคลิลิค และสีสเปรย์ บนแคนวาส

80 x 60 cm

ต้องการสื่อถึงร่างกายที่ถูกกักขัง ไม่ใช่ด้วยกรงที่มองเห็นได้ชัด แต่ด้วยอำนาจที่มองไม่เห็นซึ่งครอบงำอยู่ รอบตัวมนุษย์ ร่างกายอยู่ในท่าก้มศีรษะ คล้ายกำลังยอมจำนนหรือแบกรับบางสิ่ง ศีรษะที่ถูกตัดทำให้ไม่สามารถมอง เห็นโลกภายนอกได้อย่างชัดเจน การถูกปิดการมองเห็นนี้เปรียบเสมือนการถูกควบคุมความคิด ความเชื่อ หรือการ รับรู้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง หน้าต่างจึงไม่ใช่ทางออกที่แท้จริง แต่อาจเป็นเพียงภาพลวงของอิสรภาพ

A delicate hope, 2026

สีอะคลิลิค และสีสเปรย์ บนแคนวาส

50 x 50 cm

ต้องการนำเสนอดอกแดนดิไลออนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง ดอกไม้ชนิดนี้ดูสวยงามและอ่อนโยน แต่ใน ขณะเดียวกันก็เปราะบางอย่างยิ่ง เพียงแรงลมเบา ๆ เกสรของมันก็สามารถปลิวกระจายหายไปได้ทันที ความ บอบบางของแดนดิไลออนจึงเปรียบเสมือนความหวังในยุคปัจจุบัน แม้ความหวังจะเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจมนุษย์ แต่ถ้าไม่มีความเชื่อมั่นหรือการประคับประคอง มันก็สามารถเลือนหายไปได้ง่ายๆ ดอกไม้ในภาพจึงไม่ได้เป็นแค่ ภาพของความงามแต่สะท้อนสภาวะของมนุษย์ร่วมสมัยที่ต้องพยายามรักษาความหวังไว้ท่ามกลางแรงกดดัน ความไม่แน่นอน และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา